ราคาไฟไหม้รอบนี้
ไฮไลต์
โปรแกรม
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 สายการบิน การบินไทย (THAI Airways) เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
โปรแกรมฉบับเต็ม
ทีมยืนยันที่นั่งด่วนทุกออเดอร์
ทีมงานตอบไว 08:00–22:00 ทุกวัน
ยังไม่จ่ายจนกว่าที่นั่งชัวร์
เงินออกจากกระเป๋าหลังทีมยืนยันที่นั่งแล้วเท่านั้น
กดจอง — ยังไม่ต้องจ่าย
กรอกแค่ชื่อ+เบอร์โทร ใช้เวลาไม่ถึงนาที
ทีมยืนยันที่นั่งกับซัพพลายเออร์
เช็คว่าที่นั่งว่างจริง แจ้งกลับทาง LINE/โทร
ชำระผ่าน QR — มีใบยืนยัน
สแกน PromptPay สลิปตรวจโดยทีม ได้เอกสารยืนยันทันที
คำถามที่พบบ่อย
ราคา ฿102,900 ต่อท่าน สำหรับรอบเดินทาง 27 ธ.ค. 2569 – 3 ม.ค. 2570 ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามที่นั่งคงเหลือ
ราคารวมแพ็กเกจทัวร์ตามโปรแกรม พักเดี่ยวชำระเพิ่ม ฿15,900 ค่าทิปไกด์และคนขับ 12 EUR ต่อท่าน ชำระเป็นเงินสดที่สนามบิน · รอบนี้ฟรีภาษีน้ำมัน
ไม่ต้องชำระทันที — สำรองที่นั่งก่อนได้ ทีมงานจะยืนยันที่นั่งกับซัพพลายเออร์แล้วจึงแจ้งชำระเงินผ่านโอนธนาคารหรือสแกน QR PromptPay
รอบวันที่ 27 ธ.ค. 2569 – 3 ม.ค. 2570 เหลือ 25 ที่นั่ง (อัปเดตจากระบบซัพพลายเออร์ทุกชั่วโมง)
ได้ — ราคาเด็ก ฿92,900 ต่อท่าน เลือกจำนวนผู้ใหญ่/เด็ก/ทารกได้ในขั้นตอนจอง
สรุปทัวร์นี้ · สวยสะท้านฟ้าที่สวิตฯ สะกิดรักที่โคโม่ พิชิตเขาแมททอร์ฮอร์นและจุงเฟรา อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ 8 วัน 5 คืน โดยสายการบินไทย (TG) — ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ มิลาน 8 วัน โดยสายการบินThai Airways International ออกเดินทาง 27 ธ.ค. 2569 – 3 ม.ค. 2570 ราคา ฿102,900 ต่อท่าน · เหลือ 25 ที่นั่ง · จองผ่าน มากาเสะทัวร์ — สำรองที่นั่งก่อน ทีมงานยืนยันที่นั่งกับซัพพลายเออร์แล้วค่อยชำระเงิน (โอนธนาคาร/สแกน QR PromptPay)
🟢 กันที่นั่งก่อน ยังไม่ต้องจ่ายตอนนี้ — ชำระหลังทีมงานยืนยันที่นั่งแล้วเท่านั้น
สำรองที่นั่งกับทีมงาน มากาเสะทัวร์ · ราคา/ที่นั่งอาจเปลี่ยน ทีมงานยืนยันอีกครั้ง
จุดเด่นของทัวร์
ถึงสนามบินมิลาน (Milan) ประเทศอิตาลี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็นเวลาช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง วันที่ 25 ตุลาคม 2569) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ***คณะเดินทางวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ออกเดินทางเวลา 00.35 น. และถึงสนามบินมิลานเวลา 07.10 น.***
นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก นำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) เป็นหนึ่งในมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดและโดดเด่นที่สุดในโลก เป็นผลงานสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่ยิ่งใหญ่ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่า 6 ศตวรรษ มหาวิหารแห่งนี้เป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีลักษณะเด่นคือยอดแหลมที่ประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจงกว่า 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนกว่า 3,400 รูปประดับอยู่ทั่วทั้งภายนอกและภายใน ตัววิหารสร้างจากหินอ่อนคันโดเกลีย (Candoglia Marble) เป็นหินอ่อนสีชมพูขาวจากเหมืองคันโดเกลียทั้งหมด หนึ่งในยอดแหลมที่สูงที่สุด (108.5 เมตร) มีรูปปั้นมาดอนนินา (Madonnina) ตั้งอยู่ โดยเป็นรูปปั้นพระแม่มารีเคลือบทองคำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน จากนั้นพาท่านชมแกลเลอเรีย วิตโตริโอ เอ็มมานูเอล ที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II) เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่เก่าแก่และหรูหราที่สุดในโลก ตั้งอยู่ตรงหน้ามหาวาหารแห่งเมืองมิลาน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-เรอเนซองส์ มีหลังคาโดมแก้วและโมเสก โครงสร้างหลังคากระจกและเหล็กสูง 47 เมตร พื้นทางเดินประดับด้วยโมเสกสีสันสดใส เป็นทางเชื่อมระหว่างมหาวิหารมิลาน (Duomo di Milano) และ โรงละครลา สกาลา (Teatro alla Scala) โดยมีร้านค้าหรูหรามากมายอยู่ภายใต้หลังคาแห่งนี้ ร้านแฟชั่นระดับโลก เช่น Prada (สาขาแรกของโลกที่เปิดในปี 1913), Louis Vuitton, Gucci และร้านหมวกเก่าแก่ Borsalino มีร้านอาหารและคาเฟ่ประวัติศาสตร์ เช่น Camparino in Galleria ร้านต้นตำรับของ Campari และร้านอาหาร Savini ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และยังมีประติมากรรมหินอ่อนคาร์ราราอนุสาวรีย์เลโอนาร์โด ดา วินชี (Monument to Leonardo da Vinci) และลูกศิษย์ทั้ง 4 บริเวณฐานของอนุสาวรีย์ขนาดเท่าตัวจริงที่ตั้งอยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า
นำท่านเดินทางสู่เมืองตูริน (Turin) หรือในภาษาอิตาลีเรียกว่า โตริโน (Torino) เคยเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของราชอาณาจักรอิตาลีในช่วงปี ค.ศ. 1861–1865 (ต่อด้วยเมืองฟลอเรนซ์ (1865–1871) และ โรม (1871–ปัจจุบัน)) เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญเป็นอันดับ 3 ของประเทศ และมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากมาย เป็นที่ตั้งของสโมสรฟุตบอลชื่อดังอย่าง ยูเวนตุส (Juventus) นำท่านเดินทางสู่จัตุรัสซาน คาร์โล (Piazza San Carlo) มักถูกขนานนามว่าเป็น "ห้องนั่งเล่นของเมืองตูริน" (il salotto di Torino) เนื่องจากเป็นจตุรัสที่มีความสง่างามและเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอิตาลี จัตุรัสแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนน Via Roma ระหว่าง Piazza Castello และสถานีรถไฟ Porta Nuova มีลักษณะเด่นที่ความสมมาตร แบบสถาปัตยกรรมบาโรกที่ออกแบบโดย Carlo di Castellamonte ในช่วงศตวรรษที่ 17
จากนั้นเดินเท้าเชื่อมต่อมาที่จัตุรัสกลางเมืองคาสเตลโล (Piazza Castello) เป็นจัตุรัสศูนย์กลางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ รายล้อมด้วยอาคารสถาปัตยกรรม เป็นที่เป็นที่ตั้งของ พระราชวังหลวง (Palazzo Reale) พิพิธภัณฑ์ และร้านกาแฟโบราณ เป็นจุดหมายยอดนิยมในการเดินชมเมือง ถ่ายรูปสถาปัตยกรรม จากนั้นนำท่านเข้าชมมหาวิหารแห่งเมืองตูริน (Turin Cathedral) สถานที่เก็บรักษา "ผ้าห่อศพแห่งตูริน" (Shroud of Turin) ที่เชื่อว่าเป็นผ้าห่อพระศพของพระเยซู ซึ่งเป็นหนึ่งในโบราณวัตถุทางศาสนาที่สำคัญที่สุดในโลก (หากมีงานพิธีอาจปิดให้เข้าชม)
นำท่านเดินทางสู่เมืองทาช Tasch เพื่อนำท่านนั่งรถไฟเข้าสู่เซอร์แมท (Zermatt) เมืองแห่งสกีรีสอร์ท ยอดนิยมที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นเมืองที่ปลอดมลพิษทางอากาศเพราะยานพาหนะในเมืองไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ใช้แบตเตอรี่เท่านั้น และยังมีฉากหลังของตัวเมืองเป็นยอดเขาแมททอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์
นำท่านนั่งรถไฟฟันเฟืองสู่สถานีรถไฟกรอนเนอร์แกรต (Gornergrat railway) เดินทางสู่จุดชมวิวที่ท่านจะได้เห็นทัศนียภาพที่สวยงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นที่สวยงาม โดยท่านสามารถเดินเท้าสู่บริเวณทะเลสาบที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,757 เมตร โดยบริเวณทะเลสาบนี้เป็นเงาสะท้อนภาพเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn's reflect) อันสุดสวยงามยิ่งนัก (โดยปกติน้ำในทะเลสาบ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน และ สภาพอากาศ ถ้าช่วงฤดูหนาวทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็ง) สมควรแก่เวลานำท่านลงเขา แล้วอิสระให้เวลาท่านเดินเล่นชมเมืองเลือกซื้อของที่ระลึกอย่างจุใจ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) เมืองตากอากาศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนิวา ได้ชื่อว่า “ริเวียร่าของสวิส” ให้ท่านได้ชมความสวยงามของทิวทัศน์ บ้านเรือน ริมทะเลสาบ นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทชิลยอง (Chillon castle) โดยปราสาทแห่งนี้ เป็นปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOY โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเดินทางของนักเดินทางและขบวนสินค้าที่จะสัญจรผ่านไปมาจากเหนือสู่ใต้หรือจากตะวันตกสู่ตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวที่ไม่ต้องเดินทางข้ามเทือกเขาสูงชัน ปราสาทแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนด่านเก็บภาษีซึ่งเอาเปรียบชาวสวิสมานานนับร้อยปี นำท่านสู่บริเวณริมทะเลสาบที่มีทางเดินริมน้ำที่สวยที่สุด โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนเส้นทางเดินเลียบทะเลสาบประดับประดาด้วยดอกไม้หลากสีสันตลอดทาง เหมาะสำหรับการเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์ ให้เวลาท่านถ่ายรูปคู๋กับรูปปั้นเฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ (Freddie Mercury Statue) เป็นอนุสาวรีย์ทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ที่มีความสูงประมาณ 3 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ณ จัตุรัส Place du Marché
นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านกรุยแยร์ (Gruyères) เป็นเมืองยุคกลางที่มีเสน่ห์ เมืองนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลกในฐานะแหล่งกำเนิดของชีสกรุยแยร์ (Gruyère) และได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ มีถนนปูด้วนหินและสถาปัตยกรรมย้อนยุค โดยปี 2014 ได้รับการโหวตให้เป็น "หมู่บ้านที่สวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ตะวันตก" (Most Beautiful Village in Western Switzerland) และเมื่อปี 2021 ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน "หมู่บ้านท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก" (Best Tourism Villages) โดยองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ซึ่งเป็นการยอมรับในระดับสากลถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรมและมรดกทางประวัติศาสตร์ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงาม เดินทางถึงสถานีกรินเดลวัลด์เพื่อขึ้นกระเช้าลอยฟ้า Eiger Express สู่สถานี Eigergletscher ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันสวยงามของยอดเขาจุงเฟรา จากนั้นนำท่านเดินทางต่อด้วยรถไฟเพื่อขึ้นสู่ สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) โดยเมื่อปี ค.ศ. 2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟราเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ได้อีกด้วย
นำท่านเข้าชมชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice palace) ที่อยู่ลึกลงไปประมาณ 20 เมตร โดยมีการขุดเจาะถ้ำน้ำแข็งเมื่อราวปี ค.ศ. 1930 ปัจจุบันภายในถ้ำทำเป็นโพรงทางเดินให้ท่านชมและสัมผัสความหนาวภายในถ้ำ ที่อุณหภูมิ -3 องศา ภายในมีรูปสลักน้ำแข็งในแบบต่างๆ เช่น นกอินทรี เพนกวิน หรือหมี จากนั้นชมอัลไพน์ เซนเซชัน (Alpine Sensation) ที่ทำเป็นอุโมงค์ แสดงเรื่องราวย้อนเวลาไป 100 กว่าปี ของการรถไฟจุงเฟรา สมควรแก่เวลานำท่านลงจากเขาเพื่อเข้าสู่เมืองอินเตอร์ลาเกน (Interlaken) อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ และพลาดไม่ได้กับการเลือกชมสินค้าจากร้านเคียร์ชโฮฟเฟอร์ (Kirchhofer) หนึ่งในสุดยอดร้านนาฬิกาและเครื่องประดับในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีสาขามากมาย โดยมีสาขาใหญ่ คือ เคียร์ชโฮฟเฟอร์ คาสิโน แกลเลอรี มีนาฬิกาสวิสมากกว่า 70 แบรนด์ในที่ที่เดียว อาทิ Breguet, Cartier, Piaget, Blancpain, Chopard, IWC, Parmigiani, Franck Muller, Hublot, Tag Heuer, Hermes, Rado, Gucci, Tissot, Bvlgari, Montblanc, Omega, Chanel, Seven Friday, Mido ฯลฯ รวมทั้ง Rolex (pre owned) พร้อมเครื่องประดับสุดพิเศษหลากหลายแบบ และยังเป็นศูนย์กลางเครื่องสำอางสวิสขั้นสูง, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว รวมทั้งน้ำหอมชื่อดัง อาทิ La Prairie, Cellcosmet, Volmont, Chanel, La mer, Estee Lauder, Jo Malone ฯลฯ และอีกหลายแบรนด์ดังจากทั่วโลก รวมถึงมีจำหน่ายเครื่องหนังแบรนด์ดัง มีของที่ระลึกต่างๆ จากสวิตเซอร์แลนด์ เช่น ตุ๊กตา, มีดพับ Victorinox รวมทั้งมี Cartier boutique, Breguet & Blancpain, Swiss luxury beauty ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอินเทอร์ลาเก้น
นำท่านเดินทางสู่เมืองซุก (Zug) เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบที่สวยงามราวกับเทพนิยายตั้งอยู่ทางภาคกลางตอนบนของประเทศ โดยนอกจากความสวยงามของทัศนียภาพแล้ว เมืองนี้ยังมีอัตราการเก็บภาษีที่ค่อนข้างต่ำจึงถือเป็นที่ตากอากาศที่นิยมของเหล่าเศรษฐี คนดังสำคัญระดับโลกมากมายมาเยือน ท่านอาจจะเห็นซูเปอร์คาร์จอดเรียงรายอยู่ 2 ข้างทาง จนเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย นำท่านชมเมืองชมหอนาฬิกาเมืองซุก (Clock Tower) แลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ด้วยความสูงของหอถึง 52 เมตรและความโดดเด่น ของหลังคาซึ่งเป็นสีน้ำเงินขาวโดนเด่นตัดกับสีหลังคาสีน้ำตาลของบ้านเมืองสวยงามอย่างยิ่ง นำท่านเข้าชมร้านทำทองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป (The Oldest house of goldsmiths in Europe) ของครอบครัว Lohri เปิดทำการตั้งแต่สมัยศัตวรรตที่ 16 ภายในตัวอาคารมีการตกแต่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยจักวรรดินโปเลียน มีซุ้มประตูและเสาโรมัน มีรูปปั้นและจิตรกรรมฝาผนัง ด้วยการวาดลายหินอ่อนด้วยมือ ในปี 1971 ได้เปิดร้านนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายาก และบางชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก มีเวลาให้ท่านเดินชื่นชมอาคาร งานศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายากแล้ว ในส่วนของ Lohri Store ยังมีนาฬิกาชั้นนำระดับโลกให้ท่านเลือกซื้อเลือกชมอาทิ เช่น Patek Philippe, Franck Muller Cartier , Piaget, Parmigiani Fleurier, Panerai, IWC , Omega, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Tag Heuer ฯลฯ
นำท่านเที่ยวชม เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา นำท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 นำชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น
นำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี(Duty Free) ภายในสนามบิน
ออกเดินทางสู่กรุงเทพ โดยเที่ยวบินที่ TG 941 ***คณะเดินทางวันที่ 22 ตุลาคม เป็นต้นไป ออกเดินทางเวลา 13.05 น. ***
ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เที่ยวบิน TG940 เวลาเครื่องออก 00:35 น. — แนะนำถึงสนามบินก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 3 ชั่วโมง จุดนัดพบกับทีมงานจะแจ้งอีกครั้งหลังยืนยันการจอง
นำท่านเดินทางสู่ กรุงเบิร์น (Bern) เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1863 นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลก ในปี ค.ศ.2010 อีกด้วย นำท่านชมบ่อหมีสีน้ำตาล (Bear Park) สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น นำท่านเดินลัดเลาะสู่ถนนจุงเคอร์นกาสเซ (Junkerngasse) ถนนที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีในย่านเมืองเก่า มีบ้านอาคารสไตล์บาโรกตอนปลาย นำท่านแวะถ่ายรูปกับวิหารเบิร์น (Bern’s Minster) วิหารสไตล์โกธิคที่สูงที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1421
จากนั้นเดินสู่ถนนแครมกัซเซอ (Kramgasse) ทำท่านชมหอนาฬิกาดาราศาสตร์ (Zytglogge) อายุ 800 ปี ที่มี “โชว์” ให้ดูทุกๆ ชั่วโมงในการตีบอกเวลาแต่ละครั้ง นำท่านเดินชมมาร์คกาสเซ (Marktgasse) ที่เต็มไปด้วยร้านดอกไม้และบูติค เป็นย่านที่ปลอดรถยนต์ จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมอาคารเก่าอายุ 200-300 ปี
จากนั้นเดินทางสู่เมืองโคโม่(Como) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ใกล้กับพรมแดนสวิตเซอร์แลนด์ เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราและความสวยงามตามธรรมชาติ รูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์: ทะเลสาบมีรูปร่างเหมือนตัวอักษร "Y" กลับหัว โดยมีหมู่บ้านเบลาจิโอ (Bellagio) ตั้งอยู่ตรงจุดกึ่งกลางที่แยกเป็นสองแฉก นำท่านถ่ายรูปกับทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) หรือในภาษาอิตาลีเรียกว่า Lago di Como เป็นทะเลสาบที่มีชื่อเสียงระดับโลก และนำท่านเดินชมมหาวิหารโคโม่ (Como Cathedral) เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่สำคัญและสวยงามที่สุดทางตอนเหนือของอิตาลี มหาวิหารนี้ใช้เวลาสร้างนานเกือบ 400 ปี (เริ่มในปี ค.ศ. 1396 จนถึงปี 1770) จึงมีการผสมผสานสถาปัตยกรรมหลายยุคอย่างลงตัว ทั้งแบบโกธิค, เรอแนสซองส์และโรโคโก ในส่วนของโดมสีฟ้าอ่อนอันเป็นเอกลักษณ์ ซุ้มด้านหน้าวิหารสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ประดับด้วยรูปปั้นนักบุญและเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิล ที่แปลกตาคือมีรูปปั้นของ Pliny the Elder และ Pliny the Younger ซึ่งเป็นนักเขียนและรัฐบุรุษชาวโรมันผู้เกิดในเมืองโคโม ประดับอยู่ขนาบประตูทางเข้าหลัก แม้ทั้งสองจะไม่ใช่ชาวคริสต์ก็ตาม
💡 เลือกทัวร์ที่อยากเทียบ — ระบบจำไว้ในถาดด้านล่างจอ ข้ามหน้าได้
ดูราคาทัวร์นี้ในแต่ละรอบเดินทาง แล้วเทียบกับค่าเฉลี่ยของทัวร์ มิลาน 8 วัน ทั้งกลุ่ม
