ราคาไฟไหม้รอบนี้
🟢 กันที่นั่งก่อน ยังไม่ต้องจ่ายตอนนี้
💬 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมข้อมูลอากาศ: Open-Meteo.com
โปรแกรมฉบับเต็ม
ทีมยืนยันที่นั่งด่วนทุกออเดอร์
ทีมงานตอบไว 08:00–22:00 ทุกวัน
ยังไม่จ่ายจนกว่าที่นั่งชัวร์
เงินออกจากกระเป๋าหลังทีมยืนยันที่นั่งแล้วเท่านั้น
กดจอง — ยังไม่ต้องจ่าย
กรอกแค่ชื่อ+เบอร์โทร ใช้เวลาไม่ถึงนาที
ทีมยืนยันที่นั่งกับซัพพลายเออร์
เช็คว่าที่นั่งว่างจริง แจ้งกลับทาง LINE/โทร
ชำระผ่าน QR — มีใบยืนยัน
สแกน PromptPay สลิปตรวจโดยทีม ได้เอกสารยืนยันทันที
คำถามที่พบบ่อย
ราคา ฿46,900 ต่อท่าน สำหรับรอบเดินทาง 22–28 ม.ค. 2570 ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามที่นั่งคงเหลือ
ราคารวมแพ็กเกจทัวร์ตามโปรแกรม พักเดี่ยวชำระเพิ่ม ฿12,000 ค่าทิปไกด์และคนขับ ฿2,500 ต่อท่าน ชำระเป็นเงินสดที่สนามบิน · รอบนี้ฟรีภาษีน้ำมัน
ไม่ต้องชำระทันที — สำรองที่นั่งก่อนได้ ทีมงานจะยืนยันที่นั่งกับซัพพลายเออร์แล้วจึงแจ้งชำระเงินผ่านโอนธนาคารหรือสแกน QR PromptPay
รอบวันที่ 22–28 ม.ค. 2570 เหลือ 25 ที่นั่ง (อัปเดตจากระบบซัพพลายเออร์ทุกชั่วโมง)
ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เที่ยวบิน CA960 เวลาเครื่องออก 19:30 น. — แนะนำถึงสนามบินก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 3 ชั่วโมง จุดนัดพบกับทีมงานจะแจ้งอีกครั้งหลังยืนยันการจอง
สรุปทัวร์นี้ · ตะลุยฮาร์บิน เช็คอินหมู่บ้านหิมะ ท้าความเย็นติดลบ ซบอาณาจักรน้ำแข็ง 7 วัน 5 คืน โดยการบิน แอร์ ไชน่า (CA) — ทัวร์จีน ฮาร์บิน 7 วัน โดยสายการบินAir China ออกเดินทาง 22–28 ม.ค. 2570 ราคา ฿46,900 ต่อท่าน · เหลือ 25 ที่นั่ง · จองผ่าน มากาเสะทัวร์ — สำรองที่นั่งก่อน ทีมงานยืนยันที่นั่งกับซัพพลายเออร์แล้วค่อยชำระเงิน (โอนธนาคาร/สแกน QR PromptPay)
🟢 กันที่นั่งก่อน ยังไม่ต้องจ่ายตอนนี้ — ชำระหลังทีมงานยืนยันที่นั่งแล้วเท่านั้น
สำรองที่นั่งกับทีมงาน มากาเสะทัวร์ · ราคา/ที่นั่งอาจเปลี่ยน ทีมงานยืนยันอีกครั้ง
จุดเด่นของทัวร์
ไฮไลต์
โปรแกรม
พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน Air China (CA) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและแจกเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน *** สำหรับไฟลท์บินระหว่างประเทศจะมีน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระท่านละ 20 ก.ก. และจำกัดเพียงท่านละ 1 ใบ***
ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง แคปิตอล โดย สายการบิน Air China (CA) เที่ยวบินที่ CA960 (บริการอาหารหรือ Snack box บนเครื่อง ทั้งนี้อาหารบนเครื่องอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของสายการบิน)
เดินทางถึงสนามบิน ปักกิ่ง แคปิตอล นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นพักผ่อนภายในสนามบินเพื่อรอต่อเครื่อง ***นโยบายของสายการบิน Air China จะต้องโหลดสัมภาระใหม่อีกครั้ง ณ สนามบินปักกิ่ง ***
ออกเดินทางสู่ เมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียง โดยสายการบิน Air China (CA) เที่ยวบินที่ CA1621 (บริการอาหารหรือ Snack box บนเครื่อง ทั้งนี้อาหารบนเครื่องอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของสายการบิน)
เดินทางถึง สนามบินฮาร์บินไท่ผิง ฮาร์บินเติบโตขึ้นจากการเป็นเมืองแห่งผู้อพยพและการสร้างทางรถไฟสายตะวันออก ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ทำให้ที่นี่ได้รับสมญานามว่า "มอสโกแห่งตะวันออก" สถาปัตยกรรมสไตล์รัสเซีย โบสถ์ออร์โธดอกซ์ยอดโดมหัวหอมที่ตั้งตระหง่าน สะท้อนให้เห็นถึงการพบกันครึ่งทางระหว่างความโรแมนติกแบบยุโรปและจิตวิญญาณแบบจีนดั้งเดิม ความงามที่ถูกแช่แข็งไว้ข้ามกาลเวลา เป็นเสน่ห์คลาสสิกที่ทำให้ทุกมุมถนนดูราวกับฉากในภาพยนตร์
นำท่านแวะชมเครื่องนุ่งห่มที่คัดสรรมาแล้วสำหรับสู้กับความหนาวระดับติดลบโดยเฉพาะ ณ ร้านสินค้าเครื่องกันหนาว ก่อนที่จะไปสนุกสนานกับความหนาวเหน็บเหมือนในเทพนิยายที่สโนว์ทาวน์ ด้วยความหนาวของฮาร์บินในระดับ -20 หรือ -30 องศาเซลเซียสนั้น เป็นความหนาวที่แตกต่างจากที่เคยเจออย่างสิ้นเชิง เสื้อกันหนาวสวยๆ ที่เตรียมมา อาจจะยังไม่เพียงพอที่จะมอบความอบอุ่นและทำให้เที่ยวสนุกได้ตลอดทั้งทริป
เริ่มต้นการเดินทางด้วยการก้าวเข้าสู่โลกแห่งเทพนิยายฤดูหนาวที่ ฉวินลี่ มิวสิค คอร์ริดอร์ สวนสาธารณะริมแม่น้ำซงฮวาที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปคลาสสิกเข้ากับมนต์เสน่ห์แห่งหิมะขาวโพลนได้อย่างลงตัว ไฮไลท์ที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นไวรัลบนโลกโซเชียล และเป็นแลนด์มาร์กที่ "ต้องมา" คือ ตุ๊กตาหิมะยักษ์ ที่มีความสูงถึง 19 เมตร มาพร้อมหมวกและผ้าพันคอสีแดงสุดน่ารัก รอยยิ้มอันอบอุ่นของตุ๊กตาหิมะตัวนี้พร้อมละลายหัวใจทุกคนที่มาเยือน ไม่ว่าคุณจะโพสท่าโดยมีหอนาฬิกายุโรปเป็นฉากหลัง หรือเดินเล่นรับลมหนาวริมแม่น้ำ ที่นี่คือจุดถ่ายรูปที่จะทำให้ฟีดอินสตาแกรมของคุณสว่างไสวราวกับหลุดออกมาจากลูกแก้วหิมะ
นำท่านเดินทางเข้าสู่ กลุ่มอาคารเต็มไปด้วยความวิจิตรตระการตาของศิลปะยุโรปแบบถนนบาร็อค แต่เมื่อก้าวผ่านประตูเข้าไป กลับพบกับลานบ้าน "ซื่อเหอย่วน" แบบจีนดั้งเดิมที่ซ่อนตัวอยู่อย่างน่าประหลาดใจ... นี่คือเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ ย่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสถาปัตยกรรมจงหัวบาร็อค หรือที่ชาวฮาร์บินเรียกกันติดปากว่า "เหลาเต้าไว่" สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ไร้กำแพง และเป็นกลุ่มสถาปัตยกรรมสไตล์ "จีน-ถนนบาร็อค" ที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน ช่างฝีมือชาวจีนในยุคศตวรรษที่ 20 ได้ผสมผสานโครงสร้างแบบตะวันตกเข้ากับความเชื่อแบบตะวันออก โดยเปลี่ยนรูปปั้นเทวดาหรือลวดลายเถาวัลย์แบบยุโรปให้เป็นสัญลักษณ์มงคลของจีน เช่น ค้างคาว (สื่อถึงความโชคดี) ทับทิม (สื่อถึงลูกหลานมากมาย) และดอกโบตั๋น (สื่อถึงความมั่งคั่ง)
เที่ยวชม จัตุรัสโบสถ์เซนต์โซเฟีย (ไม่เข้าชมภายใน) ซึ่งออกแบบและสร้างโดยสถาปนิกชาวรัสเซีย เมื่อก่อนเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญต่างๆ ของชาวรัสเซียแต่มาถูกทำลายตอนปฏิวัติวัฒนธรรม และได้มีการสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งโดยพยายามรักษารูปแบบเดิมไว้ให้ได้มาก ที่สุด ซึ่งใช้เวลาถึง 9 ปี โดยเริ่มต้นสร้างในปี ค.ศ.1923 เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1932 ถือได้ว่าเป็นโบสถ์ออร์โธด็อกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก
นำท่านเดินเล่นบนถนนที่สวยและโรแมนติกที่สุดในฮาร์บิน ณ ถนนจงยาง ถนนคนเดินที่ทอดยาวกว่า 1.4 กิโลเมตร ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปที่งดงามและเก่าแก่ ทั้งแบบบาโรกและไบแซนไทน์ ทั้งยังเป็นศูนย์รวมของร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่สุดชิค แถมฟรีไอติม พิมพ์ลาย ไฮไลท์เอกลักษณ์ของฮาร์บิน ท่านละ 1 แท่ง ไอศกรีมอันถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1906 โดยชาวยิว นามว่า โจเซฟ คาสเป (Joseph Kaspe) คำว่า "หม่าเตี๋ยเอ่อร์" เป็นการทับศัพท์มาจากคำว่า "Modern" ซึ่งสะท้อนถึงความทันสมัยและหรูหราในยุคนั้น ความพิเศษที่ทำให้ไอศกรีมนี้ครองใจผู้คนมานับศตวรรษ คือการยึดมั่นใน "สูตรลับดั้งเดิม" ที่อัดแน่นไปด้วยนมและไข่ในสัดส่วนที่สูงกว่าไอศกรีมทั่วไป และที่สำคัญคือปราศจากสารทำให้พองตัว หรือสารเติมแต่งใดๆ ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่เข้มข้น แน่นตึ้บ และบริสุทธิ์ที่สุด
สัมผัสเวทมนตร์แห่งอดีตที่ ตรอกเวทมนต์เซียวเข่อ หากถนนคนเดินจงยาง คือหัวใจที่เต้นแรงของเมืองฮาร์บิน ตรอกแห่งนี้ก็คือความลับอันแสนโรแมนติกที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังสถาปัตยกรรมยุโรปอันงดงาม ลานกว้างแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดแวะพัก แต่เป็นสถานที่ที่เก็บรักษา ถนนหินก้อนขนมปัง ดั้งเดิมผืนสุดท้ายของถนนเส้นนี้เอาไว้ เรื่องเล่าที่ทำให้ลานแห่งนี้เต็มไปด้วยมนต์ขลัง คือเรื่องราวของกวีเอกชาวจีนชื่อดัง สวีจื้อหมัว ว่ากันว่าในอดีตระหว่างการเดินทางไปยุโรป เขาได้แวะมาที่ลานแห่งนี้เพื่อแลกเงิน ทานอาหารตะวันตก จิบกาแฟ และซื้อลูกอมส่งไปให้ "ลู่เสี่ยวหมาน" คนรักของเขาที่ปักกิ่ง บรรยากาศของที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในตรอกเวทมนตร์หรือเมืองเก่าในซานฟรานซิสโก เต็มไปด้วยกลิ่นอายศิลปะวินเทจ เป็น Hidden Gem ทีถูกยกให้เป็น "ดินแดนแห่งเวทมนตร์"
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2) เมนูซุปปลาผักดอง เมนูเด็ดที่กำลังเป็นกระแสไวรัลและถูกเหล่านักชิมตลอดจนบล็อกเกอร์สายกิน รีวิวตามรอยกันอย่างล้นหลาม งานศิลปะแห่งรสชาติที่ผสมผสานความจัดจ้านได้อย่างลงตัว น้ำซุปสีทองสุดเข้มข้น หัวใจหลักของคือรส "เปรี้ยว" นำที่ได้จากผักกาดดอง ซึ่งผ่านการหมักบ่มตามธรรมชาติจนเกิดกรดแลคติกที่ให้รสเปรี้ยวกลมกล่อม ช่วยเปิดต่อมรับรสและเรียกน้ำย่อยได้ดีเยี่ยม ผสานเข้ากับความ "เผ็ดชา" จากพริกแห้งและพริกไทยเสฉวน ซดแล้วตาสว่าง สดชื่น โล่งคอ และให้ความอบอุ่นซ่านไปถึงขั้วหัวใจ เชฟจะนำปลาสดๆ มาแล่สไลด์เป็นแผ่นบางเฉียบอย่างพิถีพิถัน หมักด้วยไข่ขาวและเครื่องปรุงจนเนื้อนุ่มเด้ง เมื่อนำไปลวกในน้ำซุปเดือด เนื้อปลาจะสุกพอดี สัมผัสลื่นคอ ไร้ความคาว และดูดซับความเปรี้ยวเผ็ดของน้ำซุปเข้าไปในทุกอณู
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเหิงเต้าเหอจื่อ (ระยะทาง 357 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4.5 ชั่วโมง) อัญมณีที่ซ่อนเร้นอยู่ท่ามกลางขุนเขา ที่นี่ไม่ใช่เมืองโบราณที่สร้างขึ้นจากตำนานราชวงศ์ แต่เป็นเมืองที่ถือกำเนิดและรุ่งเรืองขึ้นจาก "ทางรถไฟสายตะวันออกของจีน" ซึ่งสร้างโดยชาวรัสเซียในต้นศตวรรษที่ 20
ชมสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ณ โรงเก็บหัวรถจักร สัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของทางรถไฟสายประวัติศาสตร์นี้ ที่ซึ่งหัวรถจักรไอน้ำในอดีตเคยถูกนำมาเก็บรักษาและซ่อมบำรุง โรงเก็บหัวรถจักรแห่งนี้มีลักษณะเป็นอาคารครึ่งวงกลมที่ดูคล้ายกับ "พัด" ที่กางออก โดยมีช่องสำหรับจอดหัวรถจักรไอน้ำเรียงกันเป็นแถวถึง 15 ช่อง และมีศูนย์กลางเป็นแท่นหมุนกลับรถสำหรับเปลี่ยนทิศทางและส่งหัวรถจักรเข้าซ่อมบำรุง ซึ่งถือเป็นโรงเก็บหัวรถจักรไอน้ำทรงพัดที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน ตัวอาคารสร้างขึ้นจากอิฐและหินอย่างแข็งแรงทนทานตามแบบฉบับรัสเซีย มีประตูและหน้าต่างทรงโค้งขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้โครงสร้างโดยรวมดูน่าเกรงขามและสง่างามในเวลาเดียวกัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4) เมนู แป้งแผ่นยัดไส้จินปิ่ง แผ่นแป้งเหนียวนุ่มสูตรพิเศษ มื้ออาหารที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังเต็มไปด้วยศิลปะ เรื่องราว และจิตวิญญาณของชาวตงเป่ย เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดย้อนไปไกลถึงสมัยราชวงศ์ชิงในยุคของจักรพรรดิเฉียนหลง โดยทหารกองธงแดงของแมนจูเป็นผู้นำสูตรนี้เข้ามายังแถบตงเป่ย นอกจากนี้ การกินจินปิ่งหรือเปาะเปี๊ยะสดสไตล์จีน ยังเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม "เย่าชุน" ประเพณีโบราณที่ผู้คนจะล้อมวงกินแผ่นแป้งห่อผักสดและเนื้อสัตว์เพื่อต้อนรับความอบอุ่นและความอุดมสมบูรณ์ที่กำลังจะมาถึง
นำท่านเข้าชม โบสถ์ออร์โธดอกซ์แห่งเหิงเต้าเหอจื่อ โบสถ์เล็กๆ ที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์และเป็นดั่งจิตวิญญาณของเมืองรถไฟแห่งนี้ ความพิเศษที่ทำให้โบสถ์แห่งนี้แตกต่างและหาชมได้ยาก คือการเป็น สถาปัตยกรรมไม้ทั้งหลัง ที่สร้างขึ้นอย่างงดงามตามแบบฉบับรัสเซียดั้งเดิม ท่านจะได้ชื่นชมความงามของ หอระฆังทรงแปดเหลี่ยม และ ยอดโดมทรงหัวหอม ที่สร้างขึ้นจากไม้ด้วยฝีมืออันประณีต สะท้อนถึงทักษะของช่างไม้ในอดีต ทั้งลวดลายฉลุไม้ บริเวณขอบหน้าต่างและชายคา ที่ยังคงความงดงามแม้จะผ่านกาลเวลามานานกว่าศตวรรษ โบสถ์แห่งนี้เปรียบเสมือนจิตวิญญาณของชาวรัสเซียที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำงานสร้างทางรถไฟสายตะวันออกของจีนเมื่อกว่า 100 ปีก่อน
จากนั้นเดินไปตามถนนสายหลักอันเป็นหัวใจของเมือง ณ ถนนรัสเซียโบราณ ที่ขนาบข้างด้วยอาคารไม้สไตล์รัสเซียกว่าร้อยหลังที่ยังคงอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี สัมผัสกับบรรยากาศที่เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุคแห่งรถไฟไอน้ำเมื่อ 100 กว่าปีก่อน ทุกย่างก้าวคือการซึมซับประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้จริง และด้วยความงามที่ราวกับภาพวาดของเมืองนี้เองได้ดึงดูดให้เหล่าศิลปินจากทั่วประเทศจีนเดินทางมาตั้งสตูดิโอและแกลเลอรี่ จนเกิดเป็น หมู่บ้านภาพเขียนสีน้ำมัน ที่มีชีวิตชีวา ท่านจะได้เห็นเมืองเหิงเต้าเหอจื่ออีกครั้ง ในรูปแบบของภาพเขียนสีน้ำมันอันงดงาม ท่านสามารถเดินชมแกลเลอรี่เล็กๆ, ดูศิลปินกำลังสร้างสรรค์ผลงาน, และอาจจะเลือกซื้อภาพเขียนสีน้ำมันสไตล์รัสเซียแท้ๆ ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครกลับไปเป็นที่ระลึก
นำท่านเดินทางสู่ เมืองมู่ตานเจียง (ระยะทาง 307 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 ชั่วโมง) เมืองมู่ตานเจียงตั้งชื่อตามแม่น้ำมู่ตันซึ่งมีชื่อเดียวกันซึ่งไหลผ่านเมือง ตัวเมืองมีการพัฒนาเมื่อเวลาไม่นาน ราวปีค.ศ. 1903 ตามเส้นทางรถไฟสายจีนตะวันออกถูกสร้างขึ้นโดยจักรวรรดิรัสเซีย ดึงดูดผู้ตั้งถิ่นฐานทั้งชาวจีนและรัสเซียได้ตั้งถิ่นฐานในเมือง ทำให้พ่อค้าและนักธุรกิจจากจากประเทศต่างๆ เช่น ฝรั่งเศส รัสเซีย อังกฤษ และเดนมาร์ก ได้จัดตั้งหน่วยงานย่อยขึ้นในมู่ตันเจียง ซึ่งมีส่วนทำให้พื้นที่การค้าของเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็วจวบจนปัจจุบัน
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5) เมนู กระดูกหมูตุ๋นซอสตงเป่ย อกระดูกหมูตุ๋นควันฉุยมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมเครื่องเทศที่สกัดจากโป๊ยกั๊ก อบเชย กานพลู และกลิ่นอายของ "หวงโต้วเจี้ยง" (เต้าเจี้ยวจีนสูตรเฉพาะ) จะลอยมาเตะจมูกจนคุณต้องลอบกลืนน้ำลาย ภาพของกระดูกหมู เคลือบด้วยน้ำซอสสีน้ำตาลอำพันเงางามจากการเคี่ยวน้ำตาลกรวดให้เป็นคาราเมล ปรุงด้วยการตุ๋นไฟอ่อนนานหลายชั่วโมง จนน้ำซอสแทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของเนื้อ สัมผัสแรกคือความเค็มกลมกล่อม ตามด้วยความหวานปลายลิ้นนิดๆ เนื้อหมูนุ่มเปื่อยจนแทบจะหลุดออกจากกระดูก แต่ยังคงความชุ่มฉ่ำไม่แห้งกระด้าง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านหิมะ (Snow Town) (ระยะทาง 187 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ตะวันตกเฉียงใต้ของแม่น้ำมู่ตานเจียง หมู่บ้านตั้งอยู่ ณ บริเวณที่มีปริมาณหิมะตกเยอะที่สุดในจีน เมื่อยามหิมะตก บริเวณนี้จะถูกปกคลุมไปด้วยผ้าห่มหิมะสีขาวบริสุทธิ์ ล้อมรอบบ้านไม้ในฉากที่งดงาม บ้านขนาดย่อมๆ เรียงรายเป็นแถวยาวทอดยาวไปตามเชิงเขา ชวนให้นึกถึงฉากที่หลุดออกมาจากโลกแห่งเทพนิยาย ในอดีตที่นี่คือ "ไร่ป่าซวงเฟิง" ชุมชนของคนตัดไม้ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาลึก สมัยก่อนชาวบ้านที่นี่ "หวาดกลัวการตกของหิมะ" เป็นที่สุด เพราะเมื่อฤดูหนาวมาเยือน หิมะที่ตกหนักและหนากว่า 2 เมตรจะปิดกั้นเส้นทาง ทำให้พวกเขาถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและไม่สามารถขนส่งไม้ได้ แต่ใครจะเชื่อว่า กาลเวลาผ่านไป หิมะที่เคยเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต กลับกลายเป็น "ของขวัญจากฟ้า" ที่พลิกฟื้นชะตาชีวิตของผู้คน จากหมู่บ้านที่หนาวเหน็บและเงียบเหงา กลายเป็นดินแดนแห่งความอบอุ่นที่ต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก ความมหัศจรรย์ของหิมะที่เสวี่ยเซียงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ด้วยสภาพภูมิอากาศเฉพาะถิ่น ที่เกิดจากการปะทะกันของมวลอากาศจากทะเลญี่ปุ่นและทะเลสาบไบคาล ประกอบกับภูมิประเทศที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้หิมะที่นี่มีความบริสุทธิ์สูงและ "เหนียว" เป็นพิเศษ หิมะจะค่อยๆ ก่อตัวทับถมกันบนหลังคาบ้าน กองฟืน และรั้วไม้ จนกลายเป็นรูปทรงโค้งมนนุ่มฟูคล้าย "เห็ดหิมะ" หรือ "เค้กหิมะ" ที่ดูน่ารักและแปลกตา
นำท่านไปผจญภัยเล็กๆ ด้วยการเดินขึ้นสู่ ยอดเขาป้างฉุย จุดชมวิวที่สวยที่สุดและเป็นที่นิยมมากที่สุด การเดินทางขึ้นไปนั้นไม่ลำบาก ด้วยทางเดินไม้ความยาวกว่า 3.2 กิโลเมตรแห่งนี้ สร้างทอดยาวลัดเลาะไปตามแนว เป็นจุดชมวิวแบบพาโนรามาที่ไม่มีอะไรมาบดบังทัศนียภาพ และเป็น "มุมมหาชน" ชมความมหัศจรรย์ของป่าหิมะ สองข้างทางจะเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ถูกหิมะเกาะจนกลายเป็นประติมากรรมธรรมชาติรูปร่างแปลกตาสวยงาม กิ่งก้านที่โน้มลงมาเพราะน้ำหนักของหิมะจะกลายเป็นอุโมงค์ขาวโพลนให้เราได้เดินผ่าน เป็นมุมถ่ายรูปที่สวยงามและหาจากที่ไหนไม่ได้ ยิ่งเดินสูงขึ้น เสียงของความวุ่นวายจะค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงย่ำเท้าของเราบนหิมะที่นุ่มฟูและเสียงลมที่พัดเบาๆ เป็นการพักผ่อนและดื่มด่ำกับธรรมชาติ
นำท่านเดินทางสู่ Dream Home หรือ บ้านแห่งความฝัน ภาพจำอันโด่งดังที่คุณมักจะเห็นตามหน้าฟีด เอกลักษณ์ของที่นี่คือกระท่อมไม้ซุงสไตล์ตงเป่ยที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนานุ่มเรียงตัวกันจนดูเหมือน "เห็ดหิมะ" สุดน่ารัก เมื่อตกกลางคืน โคมไฟสีแดงที่ประดับประดาตามบ้านเรือนจะสว่างไสวขึ้น สะท้อนกับความขาวโพลนของหิมะ สร้างบรรยากาศโรแมนติกและอบอุ่นราวกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยาย ที่นี่มีจุดชมวิวบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านหิมะได้แบบพาโนรามา ถือเป็นสวรรค์ของช่างภาพและจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดเด็ดขาด! (ข่าวดีคือในโปรแกรมทัวร์ของเราได้รวมค่าเข้าชมที่นี่ไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้ว ให้คุณเดินเฉิดฉายเข้าไปถ่ายรูปได้เลย!)
นำท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินเสน่ห์หิมะ (ถนนเสวี่ยยุ่นเจีย) ถนนสายหลักระยะทางกว่า 500 เมตรที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของหมู่บ้าน เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าและอุณหภูมิลดต่ำลงจนติดลบ ถนนสายนี้จะถูกปลุกให้มีชีวิตชีวาด้วยแสงสีแดงอร่ามจากโคมไฟจีนนับพันดวงที่แขวนประดับประดาอยู่หน้าบ้านไม้สไตล์ตงเป่ย แสงไฟอุ่นๆ จะสาดส่องลงบน "เห็ดหิมะ" สร้างบรรยากาศที่ราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายฤดูหนาว ทั้งยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมท้องถิ่นอันคึกคัก คุณจะได้กลิ่นหอมของมันเผาร้อนๆ กลิ่นผลไม้แช่แข็ง และเสียงหัวเราะของนักท่องเที่ยวที่ออกมาร่วมกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการชมขบวนพาเหรดรถบุปผชาติ การเต้นรำพื้นเมือง หรือการร่วม "ปาร์ตี้ดิสโก้รอบกองไฟนับพันคน" ถือเป็นจุดที่ถ่ายรูปสวยที่สุดและเป็นประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง
นำท่านชม ขบวนพาเหรดยามค่ำคืน เมื่อแสงตะวันลับขอบฟ้า หมู่บ้านจะสว่างไสวไปด้วยแสงจากโคมไฟสีแดง และถึงเวลาของ ขบวนพาเหรด ที่ชาวบ้านจะใส่ชุดพื้นเมืองสีสันสดใส ออกมาร้องรำทำเพลง สร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและมีชีวิตชีวา ตัดกับความขาวโพลนของหิมะยามค่ำคืน
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8) หมูทอดเปรี้ยวหวานสไตล์ตงเป่ย สัมผัสแห่งรสชาติและเนื้อสัมผัส กัวเปาโร่ว หรือ หมูทอดเปรี้ยวหวานสไตล์ตงเป่ย เคล็ดลับความอร่อยระดับตำนานอยู่ที่การนำเนื้อหมูสันใน คุณภาพดีมาหั่นเป็นแผ่นบางกำลังดี คลุกเคล้ากับ แป้งมันฝรั่ง จากนั้นนำไปทอดด้วยเทคนิคการทอดไฟกลางให้สุก แล้วเร่งไฟแรงทอดอีกครั้งให้กรอบฟู) เมื่อกัดลงไป คำแรกที่จะได้ยินคือเสียง "กร๊อบ!" ดังสนั่นของแป้งที่บางและกรอบขั้นสุด
เช็คอิน ณ แลนด์มาร์กสุดคลาสสิก จุดแรกที่เราจะไปเก็บภาพประทับใจ คือ ป้ายหินขนาดใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนทางเดินไม้ เป็นดั่งสัญลักษณ์ว่าเราได้มาถึงดินแดนแห่งความฝันนี้อย่างเป็นทางการ จากนั้นย้อนรอยเรื่องราว ณ พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านหิมะ แวะเข้าไปเรียนรู้เรื่องราวและจิตวิญญาณของที่นี่ใน ที่จะบอกเล่าประวัติความเป็นมา จากหมู่บ้านป่าไม้ในอดีตสู่การเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางทั่วโลก จากนั้นส่งความคิดถึงจากดินแดนที่หนาวที่สุด: ทำกิจกรรมสุดน่ารักที่ ที่ทำการไปรษณีย์หมู่บ้านหิมะ ส่งโปสการ์ดที่ประทับตราจาก "เมืองหิมะ" กลับไปหาคนที่คุณรัก ให้เป็นความทรงจำที่พิเศษและอบอุ่นหัวใจ
นำท่านผจญภัย ลึกเข้าไปในหัวใจของป่าหิมะกับ ภาพเขียนหิมะสิบลี้ ที่ซึ่งธรรมชาติได้แอบซ่อนผลงานศิลปะชิ้นเอกของภาพวาดที่ไม่ได้อยู่บนผืนผ้าใบ นำท่านเดินทางลึกเข้าไปในหุบเขาของเทือกเขาจางกว่างไฉหลิ่ง สู่ดินแดนที่ยังคงความบริสุทธิ์และเงียบสงบไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตลอดเส้นทางคุณจะได้พบกับ ภาพของต้นไม้สูงใหญ่ที่ถูกหิมะเกาะหนาเตอะจนกิ่งก้านโน้มลงมา กลายเป็นรูปทรงแปลกตาสวยงามเกินกว่าจะจินตนาการได้ เดินข้ามสะพานไม้เล็กๆ ที่พาดผ่านลำธารที่หยุดนิ่งกลายเป็นน้ำแข็งสีฟ้าใส เป็นมุมถ่ายรูปที่งดงามและสงบอย่างยิ่ง ทุกย่างก้าว ทุกมุมมอง เสมือนกับการได้หลุดเข้าไปเดินอยู่ใน "ภาพวาดพู่กันจีน" ที่มีหิมะเป็นสีขาว และกิ่งไม้เป็นลายเส้นสีดำ เป็นความงามที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองฮาร์บิน (ระยะทาง 303 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4.5 ชั่วโมง)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11) สตูว์กระทะเหล็ก ไออุ่นแห่งเหมันต์ฤดู ชาวตงเป่ยมีคำกล่าวที่ว่า "กระทะเหล็กตุ๋นได้ทุกสิ่ง" เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่น้ำซุปเข้มข้นที่ปรุงจากเต้าเจี้ยว ซีอิ๊วและเครื่องเทศ จานหลักของกระทะคือ ซี่โครงหมูตุ๋นรวมกับผักที่ให้เนื้อสัมผัสยอดเยี่ยมอย่าง มันฝรั่ง ถั่วแขก เต้าหู้ และกะหล่ำปลี ด้วยคุณสมบัติการกระจายความร้อนที่ยอดเยี่ยมของกระทะเหล็ก เมื่อผ่านการตุ๋นด้วยไฟอ่อนอย่างใจเย็น เนื้อสัตว์จะเปื่อยยุ่ยจนร่อนออกจากกระดูกและแทบละลายในปาก ในขณะที่มันฝรั่งและเต้าหู้จะดูดซับน้ำซุปสีน้ำตาลทองที่เต็มไปด้วยรสอูมามิเข้าไปจนชุ่มฉ่ำ รสชาติจะออกเค็มนำ หวานตาม และหอมกลิ่นเครื่องเทศแบบลึกล้ำ ยิ่งเคี้ยวยิ่งฟิน
ก้าวข้ามผ่านกาลเวลาสู่ดินแดนแห่งเทพนิยายยุโรปที่ หมู่บ้านรัสเซีย บนเกาะพระอาทิตย์ แห่งเมืองฮาร์บิน! ที่นี่ไม่ใช่แค่ลานจัดแสดงหรือหมู่บ้านที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ แต่เป็นกลุ่มสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ของจริงอายุกว่าร้อยปีที่หลงเหลือจากยุคสร้างทางรถไฟสายตะวันออก พบกับบ้านไม้สไตล์รัสเซียแท้ๆ กว่า 27 หลัง โดดเด่นด้วยกำแพงสีเหลืองนวลและหลังคาสีแดง ซึ่งเมื่อถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนในฤดูหนาว จะสร้างบรรยากาศโรแมนติกราวกับหลุดเข้าไปในภาพยนตร์คลาสสิก กิมมิคสุดเก๋ที่สายคอนเทนต์ต้องหลงรักคือ ตั๋วเข้าชมของที่นี่จะมาในรูปแบบ พาสปอร์ตที่ระลึก สวมบทบาทนักเดินทางข้ามพรมแดน เดินลัดเลาะไปตามบ้านไม้แต่ละหลังเพื่อสะสมตราประทับให้ครบทุกจุด! **ห้ามทำการประทับตาบนพาสปอร์ตเล่มจริง โดยเด็ดขาด **
ชมงานศิลปะจากปุยหิมะบริสุทธิ์ ณ นิทรรศการแกะสลักหิมะ ณ เกาะพระอาทิตย์ ที่ศิลปินจากทั่วทุกมุมโลกจะเดินทางมาเพื่อแข่งขันกันสร้างสรรค์ให้กลายเป็นผลงานศิลปะอันน่าทึ่ง ความงามของประติมากรรมหิมะคือความละเอียดอ่อนของลายเส้นและรูปทรงที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดภายใต้แสงธรรมชาติ ซึ่งให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและนุ่มนวลแตกต่างจากประติมากรรมน้ำแข็ง ท่านจะได้เดินชมและถ่ายรูปกับประติมากรรมหิมะขนาดมหึมา ที่มีความสูงหลายเมตร บอกเล่าเรื่องราวเป็นฉากๆ ทั้งปราสาทในเทพนิยาย, ตัวละครในตำนาน, หรือภาพจำลองสถานที่สำคัญของโลก ทุกผลงานล้วนเต็มไปด้วยจินตนาการและความสามารถระดับปรมาจารย์
นำท่านชม เทศกาลแกะสลักน้ำแข็ง (Harbin International Ice and Snow Festival) หรือนิทรรศการและศิลปกรรมการแกะสลักน้ำแข็งประจำปีของฮาร์บิน ที่เมืองฮาร์บินซึ่งมีฤดูเยือกแข็งที่ยาวนาน ทำให้ฮาร์บินซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนกลายเป็นเมืองน้ำแข็ง สภาพอากาศเย็นจัดทำให้แม่น้ำซงฮัวกลายเป็นลานน้ำแข็งที่ทั้งหนาและกว้างใหญ่ ที่ผู้มาร่วมงานใช้เล่นสไลเดอร์ ลากเลื่อนและกีฬาต่างๆ อย่างเช่น ฮ็อกกี้ สเก็ตน้ำแข็งและสกีกันอย่างสนุกสนาน (ราคาทัวร์ไม่รวมค่าเครื่องเล่นต่างๆ) มีการนำน้ำแข็งก้อนโตมาแกะสลักเป็นรูปต่างๆ ให้ท่านชมความงดงามของโคมไฟน้ำแข็งยามค่ำคืนตามอัธยาศัย
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 14) อาหารเสฉวน 1 ใน 4 ตระกูลอาหารจีนที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุด มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ย้อนกลับไปได้ถึงยุคอาณาจักรปาและอาณาจักรสู่โบราณ (บริเวณมณฑลเสฉวนและนครฉงชิ่งในปัจจุบัน) ปรัชญาอันสูงสุดของอาหารเสฉวนที่ชาวจีนยกย่องคือ หนึ่งจานหนึ่งเอกลักษณ์ ร้อยจานร้อยรสชาติ ซึ่งหมายความว่าแม้จะใช้เครื่องปรุงพื้นฐานที่คล้ายคลึงกัน แต่เชฟสามารถรังสรรค์มิติของรสชาติออกมาได้นับร้อยแบบ ทำให้การทานอาหารเสฉวนเป็นศิลปะที่ไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่คำเดียว
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสนามบินฮาร์บิน ไท่ผิง เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์สายการบิน Air China (CA)
ออกเดินทางสู่ สนามบินปักกิ่งแคปิตอล โดย สายการบิน Air China เที่ยวบินที่ CA1640 (บริการอาหารหรือ Snack box บนเครื่อง ทั้งนี้อาหารบนเครื่องอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของสายการบิน)
เดินทางถึงสนามบิน ปักกิ่งแคปิตอล จากนั้นนำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง และพักผ่อนภายในสนามบินเพื่อรอต่อเครื่อง ***สำหรับสายการบิน Air China จะต้องโหลดสัมภาระใหม่อีกครั้ง ณ สนามบินปักกิ่ง **
ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดย สายการบิน Air China เที่ยวบินที่ CA959 (บริการอาหารหรือ Snack box บนเครื่อง ทั้งนี้อาหารบนเครื่องอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของสายการบิน)
💡 เลือกทัวร์ที่อยากเทียบ — ระบบจำไว้ในถาดด้านล่างจอ ข้ามหน้าได้
ดูราคาทัวร์นี้ในแต่ละรอบเดินทาง แล้วเทียบกับค่าเฉลี่ยของทัวร์ ฮาร์บิน 7 วัน ทั้งกลุ่ม
แตะจุดเพื่อดูราคาทัวร์นี้ในรอบวันเดินทางนั้น · จุดสีเขียว = ช่วงราคาถูก
ทัวร์นี้ 8 รอบเดินทาง · เทียบกลุ่มจาก 308 ทริป